สุขภาพดีแบบยั่งยืน และไม่ต้องใช้ตังค์

แก่นของการมีสุขภาพดีที่ยั่งยืนนั้นไม่ได้ซับซ้อน และใช้ค่าใช้จ่ายสูง อย่างที่หลายๆคนคิด
 
เริ่มแรกขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน 2 ข้อว่า…
1. ความเรียบง่าย: การมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องมีวิธีที่ซับซ้อน….แต่ที่ทำให้ซับซ้อนมากๆ คือ “ตัวเรา” เช่น มีแต่คนบอกว่าถ้าอยากมีสุขภาพดี ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่เรามักจะปฎิเสธว่า “ไม่มีเวลาบ้าง” “ยุ่งบ้าง” แต่เรามีเวลาดู netflix บ้าง ทานข้าวกับเพื่อนบ้าง ซะงั้น!!! พอสุขภาพแย่ลง เริ่มอ้วน ริ้วรอยมาก่อนวัยก็รีบไปหาวิตามิน หรือเข้าคลินิคเสริมความงามต่างๆ เพื่อแก้ที่ปลายเหตุ
 
2. ความสม่ำเสมอคือหัวใจ: การมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน ต้องใช้เวลาในการสะสม ไม่สามารถเปลี่ยนได้ชั่วข้ามคืน…ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ขอให้ทำให้จริง ทิ้งเวลาให้มัน แล้วค่อยวัดผล ถึงจะยุติธรรม เช่น บางคนอยากลดน้ำหนัก ก็พยายามอดอาหาร และชั่งน้ำหนักทุกเช้า พอมันไม่ลง ก็ท้อแท้ และล้มเลิก..แบบนี้เรียกว่า เราไม่ให้เวลามัน และรีบวัดผลเร็วเกินไป ให้คิดซะว่า กว่าเราจะมาถึงน้ำหนักเท่านี้เราใช้เวลาหลายเดือน บางคนเป็นปี (เรายังให้เวลากับมันได้) แต่พออยากจะลด เรากลับให้เวลากับมันเพียงแค่ไม่กี่วัน หรือสัปดาห์ ช่างไม่ยุติธรรมซะเลย จริงไหมครับ
 
ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลย….หลักการมีสุขภาพทีแบบยั่งยืน ประกอบไปด้วย 6 อย่าง คือ
 
1. อาหาร: ทานให้ครบ 5 หมู่ ให้เราจำเอาไว้ว่า คุณภาพ สำคัญกว่าปริมาณ เลือกทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวกล้อง เนื้อปลา ผัก ผลไม้ และหลีกเลี่ยงน้ำตาล และไม่ควรทานอาหารหลังเวลา 2 ทุ่ม เพราะจะทำให้ร่างกายต้องมาย่อย แทนที่จะได้พักผ่อน ถ้าต้องซื้ออาหารกินควรเลือกร้านที่ใช้วัตถุดิบดีหน่อย อย่าเน้นความประหยัดในระยะสั้น แต่สร้างปัญหาในระยะยาว
 
2. ออกกำลังกาย: บอกเลยว่าเราอย่ายึดติดกับรูปแบบมาก หัวใจของการออกกำลังกายคือ ให้ร่างกายเคลื่อนไหวบ้าง หัวใจทำงานสูบฉีดเลือดประมาณ 20-30 นาทีติดต่อกัน ไม่ต้องเน้นที่ความหนัก แต่เน้นที่ความต่อเนื่อง (ทุก 3 วัน หรือ ทุกอาทิตย์ อย่างไรแล้วแต่จะทำได้) แล้วจะเห็นผลเอง เคล็ดลับการออกกำลังกายได้บ่อยๆ คือ ต้องรู้จักความพอดี ไม่หักโหมเกินไป จนเมื่อนึกถึงแล้วขยาด ไม่อยากทำอีก ขอให้ทำในความหนักที่พอดีๆ สามารถทำแบบนี้ได้หลายๆวัน ต่อเนื่อง
 
3. อากาศ: พยายามอยู่ในที่ๆ มีอากาศดีหน่อย หลีกเลี่ยงที่ๆมีควันพิษเยอะๆ หรือ ใส่หน้ากากป้องกันบ้าง หรือตื่นมาสูดอากาศตอนเช้าบ่าง จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจน สมองจะปลอดโปร่ง
 
4. อุจจาระ: การขับถ่ายคือกระบวนการขับของเสียที่ดีที่สุดของร่างกาย เราควรขับถ่ายให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยการทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ และออกกำลังกายเพื่อให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว จะช่วยในการขับถ่ายที่ดีขึ้น
 
5. พักผ่อน: นอนให้ถูกเวลา ไม่ต้องเยอะแต่ได้คุณภาพ ต้องเข้าใจหลักของการนอนก่อน การนอนอ คือ การที่ให้เวลาร่างกายซ่อมตัวเอง ด้วย Hormone ชื่อ Growth Hormone ซึ่งจะหลั่งมาตอนช่วง 5 ทุ่ม – ตี1 ดังนั้น เราควรนอนหลับไม่เกิน 5 ทุ่ม ผู้ที่นอนในเวลาดังกล่าวติดต่อกันจะสังเกตุว่า หน้าจะใส อารมณ์จะดี หัวจะโล่งทั้งวัน ที่สำคัญ ไม่อ้วยด้วย!
 
6. อารมณ์: การบริหารจัดการอารมณ์เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่สามารถฝึกฝนได้ สังเกตุว่าคนที่มีอารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่บ่อยๆ สุขภาพจะแย่กว่าคนที่มีอารมณ์แจ่มใส ส่วนเรื่องวิธีการจัดการนั้นมีหลายหมื่นวิธี แล้วทางเราจะค่อยๆ เขียนนำเสนอทีละวิธีให้ปรับใช้กัน เพราะถ้านำเสนอในบทความนี้ทั้งหมดคงไม่ไหว แต่จะแนะนำแก่นให้ลองปฏิบัติกันก่อน คือ “การฝึกสมาธิ” เพราะ การมีสมาธิ จะทำให้เรามี สติ และปัญญา (Wisdom)….เมื่อเรามีปัญญาแล้ว เราจะรู้เองว่าเราควรคิดอย่างไร จึงจะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ หรือ ถ้าเราทำตามทั้ง 5 ข้อข้างต้น ก็จะมีส่วนช่วยให้อารมณ์เราดีขึ้นได้เช่นกัน (ไม่เชื่อ ลองทำดู!!)
 
เห็นไหมครับว่า การมีสุขภาพดีทั้ง 6 ข้อนี้เรียบง่ายมาก (แต่ทำกันไม่ค่อยได้) และถ้าทำแบบสม่ำเสมอจนเป็นนิสัยนั้น ความยั่งยืนจะตามมา โดยไม่ต้องพึ่งยา หรือสารเคมีราคาแพงๆเลยทีเดียว
 

เมนู